ครอบครัว อดีต ผกก.โจ้ คาใจปมเสียชีวิต

วันที่ 9 มี.ค. 2568
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - หลายคนตกใจสำหรับข่าวที่ "อดีตผู้กำกับโจ้" คดีคลุมถุงดำเมื่อ 4 ปีก่อน ตัดสินใจจบชีวิตในห้องคุมขัง ขณะที่ญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านี้ "อดีตผู้กำกับโจ้" เคยร้องเรียนว่าถูกผู้คุมขัง และเพื่อนนักโทษ ทำร้ายร่างกาย

ครอบครัว อดีต ผกก.โจ้ คาใจปมเสียชีวิต
กรมราชทัณฑ์ ร่อนเอกสารชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต ระบุว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" มีอาการป่วยหลายโรค ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำ มีอาการหวาดระแวง กลัวผู้ต้องขังคนอื่นเข้ามาทำร้าย มีอาการวิตกกังวล และประสงค์ขอแยกคุมขังเดี่ยว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รุดตรวจสอบด้วยตนเองที่เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ และรอผลการชันสูตรนำมาประกอบกับหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ยืนยันได้ว่า ช่วงการเกิดเหตุ ไม่มีบุคคลใดเข้าไปภายในห้องคุมขัง

เรื่องการคุมขังเดี่ยว หรือ ขังแยก ที่กรมราชทัณฑ์ ให้ข้อมูลว่าเป็นความประสงค์ของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ย้อนแย้งกับข้อมูลของทนายความ ที่ญาติยืนยันว่าไม่ได้สมัครใจไป แต่เป็นเพราะคำสั่งของ ผบ.เรือนจำ หลังถูกตั้งข้อหากระด้างกระเดื่องกับเจ้าหน้าที่

ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะวันที่ 7 มีนาคม "คุณทราย" แฟนสาว เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกี่ยวกับคดีความ และวางแผนชีวิตในอนาคตของทั้ง 2 คน หลังถูกปล่อยตัว โดย "อดีตผู้กำกับโจ้" ไม่มีท่าทีเครียด หรือ มีลางบอกเหตุว่าจะฆ่าตัวตาย

โดยเมื่อวานที่ครอบครัวเดินทางไปรับร่างไร้วิญญาณที่เรือนจำฯ พบว่าที่ข้อมือ "อดีตผู้กำกับโจ้" มีรอย และมีคราบเลือดที่พื้น แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร และผ้าที่พบเหมือนผ้าเช็ดตัวธรรมดา ผืนบาง ๆ

เปิดปม อดีต ผกก.โจ้ ถูกทำร้าย-กลั่นแกล้ง
จากการเปิดเผยข้อมูลครอบครัว "อดีตผู้กำกับโจ้" บอกว่าเพราะถูก "นักโทษ" และ "ผู้คุม" รวมหัวกลั่นแกล้ง ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ มาไล่เรียงกันทีละประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้น เนื้อหาในเอกสารร้องเรียนของครอบครัว "อดีต ผกก.โจ้" ระบุเหตุช่วงเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมปีที่แล้ว ถูกผู้คุมชื่อย่อ "ส." กลั่นแกล้งหลายอย่าง เช่น ยึดเอกสารทางคดี บอกว่าเอกสารเหล่านี้ต้องนำออกไปจากเรือนจำ ทั้งที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลต่อสู้คดีในวันถัดมา ปฎิเสธใบรับรองแพทย์โรคหัวใจเต้นผิดปกติ อ้างว่าต้องรอใบรับรองใหม่ และยึดพัดลมที่จำเป็นต่ออาการบรรเทาโรคหัวใจไม่ให้กำเริบ

นอกจากนี้ยังยึดแว่นกันแดด เพราะ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกิดอุบัติเหตุระหว่างถูกคุมขัง ดวงตาซ้ายไม่สามารถรับแสงแดดโดยตรง แต่ถูกผู้คุมยึดแว่นจนส่งผลกระทบจิตใจ เกรงว่าตนเองจะเป็นคนพิการ

ต่อมาวันที่ 8 มกราคม "อดีตผู้กำกับโจ้" ไปเห็นนักโทษ "ส." เล่นเกม และดูสื่อลามกอนาจาร จึงตักเตือนไปผู้คุม "ส." ที่ยืนบริเวณนั้นจึงด่าทอ ใช้ความรุนแรงชกต่อยจนเกิดรอยช้ำขนาดใหญ่บนร่างกาย

เมื่อผู้บังคับบัญชาแดน หรือ ผบ.แดน เรียกสอบสวน พบว่าคำให้การของผู้คุม "ส." ไม่เป็นความจริง จึงสั่งให้ทั้งสองฝ่ายยุติเรื่อง แต่ผ่านไป 2 วัน (10 ม.ค.) "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกผู้คุม "ส." ตั้งข้อหาว่ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง และให้นักโทษในความดูแลเป็นพยาน เป็นเหตุให้ "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกย้ายไปยังแดน 5 และถูกขังซอยในวันเดียวกัน เรื่องราวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" แต่ส่งผลต่อสภาพจิตใจกระทั่งเกิดโรค Anxiety disorder หรือ อาการผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป จะตกอยู่ภาวะกังวลและมีความเครียดรุนแรง ส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับ และมีอาการหลงลืม

เปิดกล้องวงจรปิดหน้าห้องขัง อดีต ผกก.โจ้
ล่าสุดเมื่อหัวค่ำ กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดในแดน 5 หน้าห้องขังของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ยาว 2 นาที 7 วินาที ช่วงแรกเป็นภาพเวลา 15.04 น. ผู้เสียชีวิตเดินไปที่ห้องขังของตัวเอง โดยไม่มีท่าทีผิดปกติอะไร มีเจ้าหน้าที่ตรวจดูห้องเบื้องต้น

จากนั้นภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เวลา 15.04 น. จนถึง 17.28 น. พัศดีเข้าไปดูห้องผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง, เวลา 18.45 น. เดินเข้าไปตรวจที่ห้องขังของผู้เสียชีวิตอีก 1 ครั้ง กระทั่งเวลา 20.32 น. ผู้คุมเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณห้องของผู้เสียชีวิต และเห็นผู้เสียชีวิตจริงอยู่ที่ประตู จึงทราบว่าน่าจะแขวนคอ จึงรีบแจ้งพัศดีเวรเข้าไปช่วยเหลือ 

นักอาชญาวิทยา แนะตรวจปมรักษาจิตเวช
ในมุมของนักอาชญาวิทยา แนะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการรักษาอาการทางจิตเวช "อดีตผู้กำกับโจ้" ต่อเนื่องหรือไม่ในเรือนจำ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ด็อกเตอร์ กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นว่าลักษณะห้องขังเดี่ยว และผ้าขนหนูที่พบสามารถใช้ฆ่าตัวตายได้ เพราะเรือนจำเป็นพื้นที่ปิด และอาจมีการทำลายพยานหลักฐาน แต่สิ่งที่อยากให้ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบเป็นพิเศษ คือ การรักษาอาการจิตเวชของผู้ต้องขัง ว่ามีกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะการถูกขังเดี่ยวจะยิ่งทำให้อาการทางจิตเวชหนักขึ้น

ส่วนประเด็นที่ว่าผู้ต้องขังไปสร้างศัตรูภายในเรือนจำ ทั้งผู้ต้องขังและผู้คุมนั้น มองว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" รับโทษจำคุกมา 3 ปี คาดว่าปรับตัวในเรือนจำได้ แต่ช่วงหลังที่เกิดปัญหาเป็นเพราะสภาพทางจิตใจที่เปลี่ยนไปหรือไม่

ทีมข่าว 7HD โทรศัพท์พูดคุยกับ "เบนซ์ เรซซิ่ง" หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช เล่าประสบการณ์ขณะอยู่ในเรือนจำว่า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ห้องขังเรียกได้ว่าเข้าง่าย แต่ออกยาก สิ่งที่ยากกว่า คือความคิด และการอยู่เอาตัวรอด เพราะข้างในเต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน กฎระเบียบที่เคร่งครัด ต้องห่างไกลจากครอบครัว บางครั้งมีถึงขั้นคิดสั้น โดยเฉพาะกับคนที่เคยอยู่สบาย มียศ มีลูกน้อง อาจยากต่อการปรับตัว

Gallery