ครอบครัว อดีต ผกก.โจ้ คาใจปมเสียชีวิต
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - หลายคนตกใจสำหรับข่าวที่ "อดีตผู้กำกับโจ้" คดีคลุมถุงดำเมื่อ 4 ปีก่อน ตัดสินใจจบชีวิตในห้องคุมขัง ขณะที่ญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านี้ "อดีตผู้กำกับโจ้" เคยร้องเรียนว่าถูกผู้คุมขัง และเพื่อนนักโทษ ทำร้ายร่างกาย
ครอบครัว อดีต ผกก.โจ้ คาใจปมเสียชีวิต
กรมราชทัณฑ์ ร่อนเอกสารชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต ระบุว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" มีอาการป่วยหลายโรค ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำ มีอาการหวาดระแวง กลัวผู้ต้องขังคนอื่นเข้ามาทำร้าย มีอาการวิตกกังวล และประสงค์ขอแยกคุมขังเดี่ยว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รุดตรวจสอบด้วยตนเองที่เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ และรอผลการชันสูตรนำมาประกอบกับหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ยืนยันได้ว่า ช่วงการเกิดเหตุ ไม่มีบุคคลใดเข้าไปภายในห้องคุมขัง
เรื่องการคุมขังเดี่ยว หรือ ขังแยก ที่กรมราชทัณฑ์ ให้ข้อมูลว่าเป็นความประสงค์ของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ย้อนแย้งกับข้อมูลของทนายความ ที่ญาติยืนยันว่าไม่ได้สมัครใจไป แต่เป็นเพราะคำสั่งของ ผบ.เรือนจำ หลังถูกตั้งข้อหากระด้างกระเดื่องกับเจ้าหน้าที่
ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะวันที่ 7 มีนาคม "คุณทราย" แฟนสาว เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกี่ยวกับคดีความ และวางแผนชีวิตในอนาคตของทั้ง 2 คน หลังถูกปล่อยตัว โดย "อดีตผู้กำกับโจ้" ไม่มีท่าทีเครียด หรือ มีลางบอกเหตุว่าจะฆ่าตัวตาย
โดยเมื่อวานที่ครอบครัวเดินทางไปรับร่างไร้วิญญาณที่เรือนจำฯ พบว่าที่ข้อมือ "อดีตผู้กำกับโจ้" มีรอย และมีคราบเลือดที่พื้น แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร และผ้าที่พบเหมือนผ้าเช็ดตัวธรรมดา ผืนบาง ๆ
เปิดปม อดีต ผกก.โจ้ ถูกทำร้าย-กลั่นแกล้ง
จากการเปิดเผยข้อมูลครอบครัว "อดีตผู้กำกับโจ้" บอกว่าเพราะถูก "นักโทษ" และ "ผู้คุม" รวมหัวกลั่นแกล้ง ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ มาไล่เรียงกันทีละประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้น เนื้อหาในเอกสารร้องเรียนของครอบครัว "อดีต ผกก.โจ้" ระบุเหตุช่วงเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมปีที่แล้ว ถูกผู้คุมชื่อย่อ "ส." กลั่นแกล้งหลายอย่าง เช่น ยึดเอกสารทางคดี บอกว่าเอกสารเหล่านี้ต้องนำออกไปจากเรือนจำ ทั้งที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลต่อสู้คดีในวันถัดมา ปฎิเสธใบรับรองแพทย์โรคหัวใจเต้นผิดปกติ อ้างว่าต้องรอใบรับรองใหม่ และยึดพัดลมที่จำเป็นต่ออาการบรรเทาโรคหัวใจไม่ให้กำเริบ
นอกจากนี้ยังยึดแว่นกันแดด เพราะ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกิดอุบัติเหตุระหว่างถูกคุมขัง ดวงตาซ้ายไม่สามารถรับแสงแดดโดยตรง แต่ถูกผู้คุมยึดแว่นจนส่งผลกระทบจิตใจ เกรงว่าตนเองจะเป็นคนพิการ
ต่อมาวันที่ 8 มกราคม "อดีตผู้กำกับโจ้" ไปเห็นนักโทษ "ส." เล่นเกม และดูสื่อลามกอนาจาร จึงตักเตือนไปผู้คุม "ส." ที่ยืนบริเวณนั้นจึงด่าทอ ใช้ความรุนแรงชกต่อยจนเกิดรอยช้ำขนาดใหญ่บนร่างกาย
เมื่อผู้บังคับบัญชาแดน หรือ ผบ.แดน เรียกสอบสวน พบว่าคำให้การของผู้คุม "ส." ไม่เป็นความจริง จึงสั่งให้ทั้งสองฝ่ายยุติเรื่อง แต่ผ่านไป 2 วัน (10 ม.ค.) "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกผู้คุม "ส." ตั้งข้อหาว่ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง และให้นักโทษในความดูแลเป็นพยาน เป็นเหตุให้ "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกย้ายไปยังแดน 5 และถูกขังซอยในวันเดียวกัน เรื่องราวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" แต่ส่งผลต่อสภาพจิตใจกระทั่งเกิดโรค Anxiety disorder หรือ อาการผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป จะตกอยู่ภาวะกังวลและมีความเครียดรุนแรง ส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับ และมีอาการหลงลืม
เปิดกล้องวงจรปิดหน้าห้องขัง อดีต ผกก.โจ้
ล่าสุดเมื่อหัวค่ำ กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดในแดน 5 หน้าห้องขังของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ยาว 2 นาที 7 วินาที ช่วงแรกเป็นภาพเวลา 15.04 น. ผู้เสียชีวิตเดินไปที่ห้องขังของตัวเอง โดยไม่มีท่าทีผิดปกติอะไร มีเจ้าหน้าที่ตรวจดูห้องเบื้องต้น
จากนั้นภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เวลา 15.04 น. จนถึง 17.28 น. พัศดีเข้าไปดูห้องผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง, เวลา 18.45 น. เดินเข้าไปตรวจที่ห้องขังของผู้เสียชีวิตอีก 1 ครั้ง กระทั่งเวลา 20.32 น. ผู้คุมเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณห้องของผู้เสียชีวิต และเห็นผู้เสียชีวิตจริงอยู่ที่ประตู จึงทราบว่าน่าจะแขวนคอ จึงรีบแจ้งพัศดีเวรเข้าไปช่วยเหลือ
นักอาชญาวิทยา แนะตรวจปมรักษาจิตเวช
ในมุมของนักอาชญาวิทยา แนะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการรักษาอาการทางจิตเวช "อดีตผู้กำกับโจ้" ต่อเนื่องหรือไม่ในเรือนจำ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ด็อกเตอร์ กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นว่าลักษณะห้องขังเดี่ยว และผ้าขนหนูที่พบสามารถใช้ฆ่าตัวตายได้ เพราะเรือนจำเป็นพื้นที่ปิด และอาจมีการทำลายพยานหลักฐาน แต่สิ่งที่อยากให้ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบเป็นพิเศษ คือ การรักษาอาการจิตเวชของผู้ต้องขัง ว่ามีกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะการถูกขังเดี่ยวจะยิ่งทำให้อาการทางจิตเวชหนักขึ้น
ส่วนประเด็นที่ว่าผู้ต้องขังไปสร้างศัตรูภายในเรือนจำ ทั้งผู้ต้องขังและผู้คุมนั้น มองว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" รับโทษจำคุกมา 3 ปี คาดว่าปรับตัวในเรือนจำได้ แต่ช่วงหลังที่เกิดปัญหาเป็นเพราะสภาพทางจิตใจที่เปลี่ยนไปหรือไม่
ทีมข่าว 7HD โทรศัพท์พูดคุยกับ "เบนซ์ เรซซิ่ง" หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช เล่าประสบการณ์ขณะอยู่ในเรือนจำว่า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ห้องขังเรียกได้ว่าเข้าง่าย แต่ออกยาก สิ่งที่ยากกว่า คือความคิด และการอยู่เอาตัวรอด เพราะข้างในเต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน กฎระเบียบที่เคร่งครัด ต้องห่างไกลจากครอบครัว บางครั้งมีถึงขั้นคิดสั้น โดยเฉพาะกับคนที่เคยอยู่สบาย มียศ มีลูกน้อง อาจยากต่อการปรับตัว
ครอบครัว อดีต ผกก.โจ้ คาใจปมเสียชีวิต
กรมราชทัณฑ์ ร่อนเอกสารชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต ระบุว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" มีอาการป่วยหลายโรค ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำ มีอาการหวาดระแวง กลัวผู้ต้องขังคนอื่นเข้ามาทำร้าย มีอาการวิตกกังวล และประสงค์ขอแยกคุมขังเดี่ยว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รุดตรวจสอบด้วยตนเองที่เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ และรอผลการชันสูตรนำมาประกอบกับหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ยืนยันได้ว่า ช่วงการเกิดเหตุ ไม่มีบุคคลใดเข้าไปภายในห้องคุมขัง
เรื่องการคุมขังเดี่ยว หรือ ขังแยก ที่กรมราชทัณฑ์ ให้ข้อมูลว่าเป็นความประสงค์ของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ย้อนแย้งกับข้อมูลของทนายความ ที่ญาติยืนยันว่าไม่ได้สมัครใจไป แต่เป็นเพราะคำสั่งของ ผบ.เรือนจำ หลังถูกตั้งข้อหากระด้างกระเดื่องกับเจ้าหน้าที่
ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เพราะวันที่ 7 มีนาคม "คุณทราย" แฟนสาว เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกี่ยวกับคดีความ และวางแผนชีวิตในอนาคตของทั้ง 2 คน หลังถูกปล่อยตัว โดย "อดีตผู้กำกับโจ้" ไม่มีท่าทีเครียด หรือ มีลางบอกเหตุว่าจะฆ่าตัวตาย
โดยเมื่อวานที่ครอบครัวเดินทางไปรับร่างไร้วิญญาณที่เรือนจำฯ พบว่าที่ข้อมือ "อดีตผู้กำกับโจ้" มีรอย และมีคราบเลือดที่พื้น แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร และผ้าที่พบเหมือนผ้าเช็ดตัวธรรมดา ผืนบาง ๆ
เปิดปม อดีต ผกก.โจ้ ถูกทำร้าย-กลั่นแกล้ง
จากการเปิดเผยข้อมูลครอบครัว "อดีตผู้กำกับโจ้" บอกว่าเพราะถูก "นักโทษ" และ "ผู้คุม" รวมหัวกลั่นแกล้ง ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ มาไล่เรียงกันทีละประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้น เนื้อหาในเอกสารร้องเรียนของครอบครัว "อดีต ผกก.โจ้" ระบุเหตุช่วงเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมปีที่แล้ว ถูกผู้คุมชื่อย่อ "ส." กลั่นแกล้งหลายอย่าง เช่น ยึดเอกสารทางคดี บอกว่าเอกสารเหล่านี้ต้องนำออกไปจากเรือนจำ ทั้งที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลต่อสู้คดีในวันถัดมา ปฎิเสธใบรับรองแพทย์โรคหัวใจเต้นผิดปกติ อ้างว่าต้องรอใบรับรองใหม่ และยึดพัดลมที่จำเป็นต่ออาการบรรเทาโรคหัวใจไม่ให้กำเริบ
นอกจากนี้ยังยึดแว่นกันแดด เพราะ "อดีตผู้กำกับโจ้" เกิดอุบัติเหตุระหว่างถูกคุมขัง ดวงตาซ้ายไม่สามารถรับแสงแดดโดยตรง แต่ถูกผู้คุมยึดแว่นจนส่งผลกระทบจิตใจ เกรงว่าตนเองจะเป็นคนพิการ
ต่อมาวันที่ 8 มกราคม "อดีตผู้กำกับโจ้" ไปเห็นนักโทษ "ส." เล่นเกม และดูสื่อลามกอนาจาร จึงตักเตือนไปผู้คุม "ส." ที่ยืนบริเวณนั้นจึงด่าทอ ใช้ความรุนแรงชกต่อยจนเกิดรอยช้ำขนาดใหญ่บนร่างกาย
เมื่อผู้บังคับบัญชาแดน หรือ ผบ.แดน เรียกสอบสวน พบว่าคำให้การของผู้คุม "ส." ไม่เป็นความจริง จึงสั่งให้ทั้งสองฝ่ายยุติเรื่อง แต่ผ่านไป 2 วัน (10 ม.ค.) "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกผู้คุม "ส." ตั้งข้อหาว่ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง และให้นักโทษในความดูแลเป็นพยาน เป็นเหตุให้ "อดีตผู้กำกับโจ้" ถูกย้ายไปยังแดน 5 และถูกขังซอยในวันเดียวกัน เรื่องราวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ "อดีตผู้กำกับโจ้" แต่ส่งผลต่อสภาพจิตใจกระทั่งเกิดโรค Anxiety disorder หรือ อาการผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป จะตกอยู่ภาวะกังวลและมีความเครียดรุนแรง ส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับ และมีอาการหลงลืม
เปิดกล้องวงจรปิดหน้าห้องขัง อดีต ผกก.โจ้
ล่าสุดเมื่อหัวค่ำ กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดในแดน 5 หน้าห้องขังของ "อดีตผู้กำกับโจ้" ยาว 2 นาที 7 วินาที ช่วงแรกเป็นภาพเวลา 15.04 น. ผู้เสียชีวิตเดินไปที่ห้องขังของตัวเอง โดยไม่มีท่าทีผิดปกติอะไร มีเจ้าหน้าที่ตรวจดูห้องเบื้องต้น
จากนั้นภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เวลา 15.04 น. จนถึง 17.28 น. พัศดีเข้าไปดูห้องผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง, เวลา 18.45 น. เดินเข้าไปตรวจที่ห้องขังของผู้เสียชีวิตอีก 1 ครั้ง กระทั่งเวลา 20.32 น. ผู้คุมเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณห้องของผู้เสียชีวิต และเห็นผู้เสียชีวิตจริงอยู่ที่ประตู จึงทราบว่าน่าจะแขวนคอ จึงรีบแจ้งพัศดีเวรเข้าไปช่วยเหลือ
นักอาชญาวิทยา แนะตรวจปมรักษาจิตเวช
ในมุมของนักอาชญาวิทยา แนะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการรักษาอาการทางจิตเวช "อดีตผู้กำกับโจ้" ต่อเนื่องหรือไม่ในเรือนจำ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ด็อกเตอร์ กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นว่าลักษณะห้องขังเดี่ยว และผ้าขนหนูที่พบสามารถใช้ฆ่าตัวตายได้ เพราะเรือนจำเป็นพื้นที่ปิด และอาจมีการทำลายพยานหลักฐาน แต่สิ่งที่อยากให้ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบเป็นพิเศษ คือ การรักษาอาการจิตเวชของผู้ต้องขัง ว่ามีกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะการถูกขังเดี่ยวจะยิ่งทำให้อาการทางจิตเวชหนักขึ้น
ส่วนประเด็นที่ว่าผู้ต้องขังไปสร้างศัตรูภายในเรือนจำ ทั้งผู้ต้องขังและผู้คุมนั้น มองว่า "อดีตผู้กำกับโจ้" รับโทษจำคุกมา 3 ปี คาดว่าปรับตัวในเรือนจำได้ แต่ช่วงหลังที่เกิดปัญหาเป็นเพราะสภาพทางจิตใจที่เปลี่ยนไปหรือไม่
ทีมข่าว 7HD โทรศัพท์พูดคุยกับ "เบนซ์ เรซซิ่ง" หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช เล่าประสบการณ์ขณะอยู่ในเรือนจำว่า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ห้องขังเรียกได้ว่าเข้าง่าย แต่ออกยาก สิ่งที่ยากกว่า คือความคิด และการอยู่เอาตัวรอด เพราะข้างในเต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน กฎระเบียบที่เคร่งครัด ต้องห่างไกลจากครอบครัว บางครั้งมีถึงขั้นคิดสั้น โดยเฉพาะกับคนที่เคยอยู่สบาย มียศ มีลูกน้อง อาจยากต่อการปรับตัว
Gallery
