สภาผู้บริโภค จี้ รัฐบาลคุมราคาขายปลีก น้ำมันเบนซิน

วันที่ 9 พ.ย. 2566 เวลา 11:51 น.

“รสนา” ชี้! ลดภาษีน้ำมันเบนซิน แต่ไม่คุมราคาขายปลีก ทำให้ผู้ค้าน้ำมันดันกำไรผ่านค่าการตลาด และเอทานอลไปแทนที่ภาษีที่รัฐบาลลดให้ประชาชน วันนี้ (9 พ.ย.66) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์ข้อความ ถึงการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน95 แก๊สโซฮอล์ 95,91 และอี20ลิตรละ 1 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 1.50 บาท/ลิตร ทำให้ลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91ลงลิตรละ 2.50 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.66 ว่า การลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง โดยรัฐบาลยอมลดรายได้ภาษีสรรพสามิต แต่ไม่การคุมราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน91 ให้มีส่วนต่างจากดีเซลไม่เกิน3 บาท ทำให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่สามารถดันกำไรไปเก็บไว้ในค่าการตลาด และราคาเอทานอลที่ไม่เคยมีการตรวจสอบ ขึ้นมาแทนที่ภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลลดให้ วันที่ 8 พ.ย ซึ่งเป็นวันที่2 ของการลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ จะเห็นได้ว่า ค่าการตลาดกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์พุ่งพรวดเกิน 4บาท/ลิตร โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 91 ค่าการตลาดอยู่ที่ 4.23 บาท/ลิตร และราคาเอทานอลจากราคา29.10/ลิตร เพิ่มเป็น 29.78 บาทเมื่อต.ค.66 และปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นราคาลิตรละ 30.44 บาท เท่ากับปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 1.34 บาท โดยการปรับขึ้นราคาเอทานอลไม่เคยมีหลักเกณฑ์การขึ้นราคา ไม่มีการตรวจสอบว่าเป็นการขึ้นราคาที่ถูกต้องหรือไม่ ค่าการตลาดเบนซินที่เหมาะสมอยู่ที่ลิตรละ 2 บาท แสดงว่าผู้ค้าน้ำมันได้ดันกำไรเพิ่มในส่วนแก๊สโซฮอล์ขึ้นไปลิตรละ 2 บาท หากคุมราคาเอทานอล และค่าการตลาด ราคาแก๊สโซฮอล์ 91 ราคาควรอยู่ที่ไม่เกิน 33.บาท/ลิตร จะมีช่วงห่างราคากับดีเซลที่ลิตรละ 3.06 บาท จึงขอเรียนให้ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ทราบ เพื่อไม่ให้ความตั้งใจดีของท่านที่จะลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลงลิตรละ 2.50บาท โดยรัฐบาลยอมเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิต จะกลายเป็นการไปเพิ่มกำไรให้กับผู้ค้าน้ำมันแทนที่จะเป็นการช่วยเหลือประชาชน